วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วาจาสีคราม ภาค มนุษย์หมาป่า ตอนที่ 13



ท่ามกลางความสว่างของจันทร์เต็มดวง ที่ส่องแสงสว่างเปร่งประกาย ราวกับกลางวัน ทั้งสามดูขมักขเม้นกับการจัดสถานที่ในการประกอบพิธีกรรม ตรงบริเวณลานหินกว้าง ซึ่งดูขลั่งมากเป็นพิเศษกับซากงูยักษ์ข้างหลัง ที่นอนตระหง่านอยู่
ท่านเอล ทุกอย่างก็พร้อมหมดแล้ว เราจะเริ่มพิธีกันได้หรือยังครับ
อืม นั้นนะซิ ข้าว่าเราน่าจะเริ่มกันได้แล้ว ซีลีน ข้าต้องรบกวนเจ้าหน่อยแล้วละ
ซีลีนเหมือนรู้ความหมายที่เอลนั้นพยายามสื่อ โดยซีลีนนั้นค่อยๆเดินมาหาเอลพร้อมก้มตัวลงไปหยิบมีดขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าขึ้นมาแล้วตัดผมหนึ่งกระจุก ยื่นให้เอล
แล้วเลือดนี้ต้องใช้มากขนาดไหนซีลีนถามเอลพร้อมกับถือมีดที่อยู่ในมือนั้นจ่อที่ข้อมือตัวเองอีกข้างเหมือนเตรียมพร้อม
เดียวก่อนซีลีน แค่นิ้วก็พอ ข้าของแค่หยดเดียวเอลร้องทัดทาน เพราะเกรงว่าซีลีนจะกรีดข้อมือของตัวเอง
ว่าแต่ท่านเอล เราไม่ต้องเตรียมของประกอบพิธีหรอครับ อย่างพวกเขียนวงเวทย์อะไรแบบนี้ ราเกลถามเพราะเห็นว่านอกจากสถานที่ ที่เป็นลานหินกว้างกับพระจันทร์เต็มดวงแล้ว ก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรในพิธีกรรมเลย
แล้วเจ้าคาดหวังว่ามันต้องเป็นแบบไหนละเอลถามกลับราเกลเชิงให้คิด แบบที่ไม่ต้องการคำตอบ ซีลีน ข้าขอเลือดของเจ้าแค่หยดเดียวก็พอ หยดลงที่เส้นผมของเจ้าเลย
ซีลีนนั้นค่อยๆใช้มีดที่เตรียมไว้ กรีดที่นิ้วชี้ของตัวเอง แล้วหยดลงไปที่เส้นผมในมือของเอลที่ตัดให้ไว้ก่อนหน้านี้  เอลวางเส้นผมที่เปื้อนหยดเลือดของซีลีนไว้บริเวณตรงกลางลานกว้าง
เจ้าทั้งสองคน ขยับหลบไปก่อน ตอนนี้ได้เวลาทำพิธีแล้วราเกลและซีลีน ขยับหลบไปอยู่ริมข้างๆอย่างว่าง่าย ซึ่งเอลเองก็เหมือนจะเริ่มต้นด้วยการร่ายคาถาด้วยภาษาแปลกๆที่ไม่อาจตีความได้ ซึ่งในบรรยาการในตอนนั้นเป็นบรรยาการที่เงียบสงบไร้ซึ่งลมและเสียงแมลง เอลดำเนินพิธีกรรมได้เพียงชั่วครู่ ก็มีลมถาโถมเข้ามาในระหว่างทำพิธี เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้เส้นผมของซีลีนที่วางอยู่กับพื้นนั้น โดนพัดกระจัดกระจายไปทั่ว  ในขณะที่ทั้งราเกลและซีลีนคิดว่าพิธีคงจะล่มแล้ว เส้นผมที่โดนพัดกระจัดกระจายบนพื้น ก็ค่อยๆเรืองแสงทำให้เห็นการต่อเรียงกันเป็นวงแหวนเวทย์อย่างชัดเจน ท้องฟ้าจากที่เคยสว่าง เริ่มกลายเป็นสีแดงทั่วท้องฟ้า
พระจันทร์เลือด........ ข้าเพิ่งเคยเห็นพระจันทร์สีเลือดทีมีสีเข้มขนาดนี้เป็นครั้งแรกซีลีนพูดไปพรางมองไปที่พระจันทร์สีแดงตรงหน้าซึ่งมีความรู้สึกว่ามีขนาดใหญ่มาก พระเทียบกับพระจันทร์ในวันปกติ
โห เจ้าเป็นอะไร โอเคไหม ดูเหมือนตัวของเจ้าจะค่อยๆเรืองแสงนะซีลีนคละสายตาจากพระจันทร์หันมองร่ายกายของตัวเองตามคำของราเกล ซึ่งลำตัวตัวของซีลีนนั้นค่อยค่อยๆเปล่งประกายสว่างขึ้นอย่างคำของราเกลจริงๆ
ปกติเผ่าหมาป่าอย่างเราเป็นเผ่าที่มีความโดดเด่นอยู่สองเรื่อง ก็คือ 1.เรื่องของความเร็ว พวกเราเร็วสุดในบรรดาทุกเผ่าพันธ์ 2.คือพละกำลัง ซึ่งเป็นรองแค่เพียงเผาอสูรเท่านั้น แต่เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อใดที่พระจันทร์เต็มดวงความเสียเปรียบในเรื่องนั้นจะหายไป เราจะเป็นเผ่าที่มีทั้งความเร็ว และพละกำลังมากที่สุดในบรรดาทุกเผ่า และในคืนนี้ ตอนนี้ ในคืนของพระจันทร์สีเลือดเข้มเช่นนี้ พลังของเผ่าพันธ์เรายิ่งมากหลายสิบเท่าทีวีคูณ
เสร็จแล้วละเอลพูดแทรงการสนทนาของทั้งสอง แต่นั้นก็มากพอที่ทั้งสองจะหันไปมองที่เอล
เสร็จแล้วหรอครับท่านเอล แล้วไงต่อ ราเกลสอบถามเนื่องจากว่ามองดูแล้วไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ในขณะนั้นเอง ราเกลก็เริ่มเห็นอาการและสีหน้าของซีลีนแปลกไปเจ้าเป็นอะไรหรือปาวซีลีน เจ้าดูแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ....... ท่านเอล  ซีลีนดูแปลกไปครับ หรือว่านี้คือผลลัพธ์ของคัมภีร์เวทย์ มนุษย์หมาป่าหรอครับราเกลร้องถามเอลในความสงสัยกับอาการและท่าทางของซีลีน
มันใช่ที่ไหนกันละเพียงชั่วครู่เส้นผมที่เรืองแสงประกอบกันเป็นวงเวทย์นั้น แสงนั้นก็ค่อยๆลอยออกจากเส้นผม ที่ละเส้น ที่ละเส้น ค่อยๆลอยขึ้นไปรวมตัวกันที่มือของเอล ซึ่งไปยื่นมือออกมารอไว้อยู่แล้ว จากแสงขนาดเล็ก กลายเป็นดวงแสงขนาดใหญ่ จนเมื่อแสงจากเส้นผมเส้นสุดท้ายได้ลอยไปรวมตัว ได้มีเสียงหมาป่าร้องขึ้น จากเสียงเป็นสองเสียง ในเวลาไม่นาน เสียงเห่าหอนของหมาป่าก็ดังกึกก้องไปทั่ว
นี่มันอะไรกันนะท่านเอลราเกลถามขึ้นในขณะที่ค่อยๆเดินไปหาเอล ซึ่งในตอนนั้นร่างกายของซีลีนก็ได้กลับมาเป็นปกติแล้ว
ความเกรงขามนี้มันอะไรกัน ข้าก็เคยได้ยินมาว่าคัมภีร์เวทย์มนุษย์หมาป่า ซึ่ง 1ใน2 เวทย์อัมตะ และยังเป็น ถึง1ใน12เวทย์ศักสิทธิ์ นั้นเป็นเวทย์ที่สุดยอด แต่ระดับนี้มันมากกว่าที่ข้าคิดไว้ ความเกรงขามนี้เทียบชั้นกับ ความเกรงขามของราชันย์หมาป่าเลยทีเดียว ทั้งเอลและราเกลต่างหันไปมองและสนใจในสิ่งที่ซีลีนพูด
ฮ่า ฮ่า จะว่าไป ผลลัพธ์ ข้าว่ามันก็เกินกว่าที่ข้าคิดไว้ แต่ว่าในเมื่อผลออกมาดี ก็ดีแล้วละนะ
นั้นนะซินะครับท่านเอล ว่าแต่เราจะทำยังไงกับแสงที่อยู่ในมือท่าน และต่อไปเราต้องทำอะไรกันต่อดีละครับ
หมายถึงคัมภีร์เวทย์นี้นะหรอ ก่อนอื่นคงต้องหาเจ้าของให้มันก่อนอะ แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรเพราะนี่ เป็น1ในเวทย์มีชีวิต ซึ่งจะเลือกนายของมันเอง แต่เราก็จะมามัวเสียเวลามากไม่ได้ด้วย อืม.....งั้นเอางี้ งั้นเดียวช่วงนี้เราเดินทางออกตามหากลุ่มฟินิกส์ ดีกว่า เป็นการเสริมหาแนวร่วม และยังเป็นการหานายให้เวทย์นี้ไปในตัวจะได้ไม่ต้องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เอลพูดพรางมองดูที่ดวงแสงในมือของตัวเอง ก่อนที่ดวงแสงนั้นจะค่อยลอยหายเข้าไปในตัวของเอล
ว่าแต่ท่านเอล แล้วเราจะเริ่มออกหากลุ่มฟินิกส์ นี่จากที่ไหนก่อนดีครับ
อืมจะว่าไป ที่ถามท่านลุงตอนอยู่หมู่บ้านที่เราเพิ่มจากมา ก็ไม่ได้รู้เรื่องแหล่งที่ตั้งด้วยซิ เอลทำถ้าครุนคิด แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีที่หนักใจอะไรมากนัก
ถ้ากลุ่มฟินิกส์ละก็ เคยได้ยินข่าวว่าได้มีการประทะกันกับเผ่าอสูรแถวชายป่าทางตอนใต้สุดพรมแดนของเผ่าอสูรนะ แต่มันก็ยังเป็นแค่ข่าวลือ เรื่องจริงเป็นยังไงก็ยังไม่มีใครทราบ
แค่นั้นก็ถือว่าช่วยได้เยอะมากแล้วละ เพราะอย่างน้อยๆก็ดีกว่าเราไม่มีข้อมูลอะไรเลยเอลแสดงท่าทางขอบคุณสำหรับขอมูลที่ซีลีนได้ให้มา ซึ่งซีลีนเองก็ดูเหมือนว่าจะยิ้มเป็นการตอบรับความรู้สึกนี้
อะแฮมเสียงไอแบบจงใจของราเกล ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง ตกลงคือพวกเราจะเอายังไงต่อดี
ก็.......มุ่งหน้าสู่ชายแดนทางทิศใต้เพื่อหาออกตามหากลุ่มพินิกส์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น