ด้วยการรักษาของทั้งสองคน ในวันที่สาม หมาป่าก็ได้ฟื้นจากอาการบาดเจ็บ “ ท่านเอลๆ มาดูซิ มันลืมตาแล้ว” “ไหนๆ ขยับให้ข้าดูหน่อย” ทั้งสองต่างก็แสดงอาการตื่นเต้น หมาป่าตื่นขึ้นมาด้วยอาการสลึมสลือ และเริ่มมองไปรอบๆ “หลับไปหลายวันเจ้าว่ามันน่าจะหิวไหม” “โดยปกติน่าจะเป็นแบบนั้นนะ ว่าแต่ท่านเอล หมาป่านี่มันกินไร” “อืม ..เท่าที่ข้ารู้จากหนังสือเวทย์มันน่าจะกินเนื้อของสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหารนะ” “ เอ้...ท่านเอล เนื้อ นั้นหมายความว่ามันอาจจะกินเราก็ได้นะซิ” ราเกลร้องขึ้นมาด้วยอาการตกใจ “ใจเย็นๆก่อนได้ไหม เดียวเจ้าลองไปเอานมอุ่นๆมาลองให้มันกินซิ ว่ามันจะกินไหม” ราเกลรีบนำนมอุ่นๆที่ว่าอยู่บนโต๊ะและค่อยๆยื่นไปที่หน้าของหมาป่าโดยอาการกล้าๆกลัวๆ หมาป่าตัวนั้นเริ่มมองไปที่ทั้งสอง ทำเอาทั้งสองคน เสียวสันหลังเล็กน้อย ก่อนที่จะหันมามองที่ชามนม และค่อยๆกิน ซึ่งดูจากลักษณะและท่าทางโดยรวมของหมาป่าตัวนี้แล้ว ดูเป็นหมาป่าที่มีความสง่าและน่าเกรงขามยิ่งนัก และไม่นานหลังจากที่หมาป่าดื่มนมจนหมดแล้วก็เริ่มมองไปรอบๆอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินไปทางประตู พอเอลเห็นแค่นั้นก็เข้าใจสิ่งที่หมาป่าคิด “อย่าพึ่งไปได้ไหม ....อยู่อีกอาทิตย์เถอะ ไม่ซิ2-3 วันก็ได้” หมาป่าหยุดและค่อยๆหันมามองด้วยหางตาอย่างช้าๆก่อนที่จะเดินต่อไปทางประตูอีกครั้ง “ท่านเอลข้าว่ามันฟังภาษาเราไม่เข้าใจหรอก” ราเกลพยามบอกเอลเพราะเห็นในความพยามที่จะคุยกับหมาป่า แต่เอลก็ไม่ได้ฟังคำทักท่วง วิ่งไปขวางที่หน้าประตู “นะ อีกแปปนึงก็ยังดี” เอลพูดพร้อมกางแขนทั้งสองข้างขวางพร้อมจ้องไปที่ตางของหมาป่า ในขณะที่ราเกลก็เฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน “ท่านเอล ข้าว่าท่านออกห่างมันหน่อยจะดีกว่า มันอาจมองว่าท่านเป็นอาหารก็ได้นะ” หมาป่าหันไปมองที่ราเกลหลังจากที่ราเกลพูดจบ และก็ค่อยหันหลังกลับและเดินไปนอนบนเตียงอย่างช้าๆ สร้างความประหลาดใจต่อราเกล แต่กับเอลนั้นก็กลายเป็นความดีใจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น