“เป็นไงสวยอย่างที่ข้าบอกไหม สุดยอดเลยใช่ไหมละ” เอลพยามที่จะอวดมุมโปรดของตัวเองกับหมาป่าเต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้น ความสวยงามที่เอลนั้นพยามยามอวดอ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ด้วยทุ่งดอกไม้สีสดหลากสีข้างริมน้ำตกสูกตะการ จนมีละอองน้ำที่ตกจากที่สูงกระทบโขดหินสะท้อนเป็นสีรุ้ง และด้านหลังยังมีแนวภูเขาสูงสลับไปมา จะว่าความงามนี่ถอดออกมาจากเทพนิยายก็คงไม่ผิด เอลเองก็รู้สึกดีใจไม่ใช่น้อยที่ตัดสินใจพาหมาป่าหมาที่นี่ เพราะในใจของเอลนั้นเริ่มสัมผัสได้ว่า หมาป่าเองก็รู้สึกชอบที่นี่เช่นกัน “เจ้ารู้ไหมว่าที่สะพานตรงโน้นนะมีปลาท้องถิ่นเป็นปลาห้าสีที่งามมากเลย มีเฉพาะที่น้ำตกนี้เท่านั้นนะ และมันก็ชอบกันมากระจุกตัวแถวสะพานนี้เป็นพิเศษ” เอลยังคงพยามอวดอ้างมุมโปรดของตัวเองต่อไป และได้วิ่งนำหน้าหมาป่าไปที่สะพานที่กล่าวถึง อย่างที่เอลนั้นพูด ที่บริเวณสะพานนั้นมีปลาห้าสีเป็นจำนวนมาก ภาพที่ปลาจำนวนมากว่ายน้ำไปมาราวกับอวดสีสดของตัวมันเป็นภาพที่สวยงามไม่ใช่น้อย “เจ้ารู้ไหมว่าปลาห้าสีที่ตัวของมันจะมีห้าสีตามชื่อของมัน ไม่ว่าปลาบางตัวนั้นจะมีสีบางสีที่โดดเด่นหรือมากเป็นพิเศษยังไง ลำตัวของมันก็ยังต้องมีห้าสีอยู่ดี” เอลพูดแทรกขึ้นมาขณะที่หมาป่านั้นกำลังมองดูฝูงปลาที่แวกว่ายไปมา “ แต่ข้าจะบอกอีกหนึ่งความลับให้เจ้ารู้ นะ ที่นี้ปลาทุกตัวจะมีห้าสีแต่จะมี1ตัวเท่านั้นที่มี12สีและยังตัวใหญ่มากด้วย ท่านพ่อบอกข้าว่ามันเป็นราชินีของเหล่าฝูงปลาที่นี่” หมาป่าหันมาและฟังเอลเหล่าอย่างตั้งใจ “ข้าเองก็เพิ่งเคยเห็นแค่สองครั้งเอง.....เจ้าอยากเห็นไหมละ?....ท่านพ่อบอกข้าว่าเพียงแค่เรามองลงไปที่น้ำ และส่งจิตใจส่วนลึกของเราลงไป ราชินีจะเป็นฝ่ายเลือกเองว่าจิตใจที่ถ่ายทอดมานั้นมีค่าพอที่จะขึ้นมาหรือปาว” เอลพยายามอธิบายพร้อมแสดงท่าทางโค้งตัวก้มลงไปมองที่น้ำ หมาป่าตัวนั้นก็พยายามที่จะทำตามที่เอลพูด หมาป่านั้นยื่นหน้าและก้มลงไปที่แม่น้ำ ทำท่าเหมือนกำลังส่งจิตใจลงไป ไม่นานมากนัก ก็มีปลาตัวใหญ่ มีสีบนตัว 12 สีซึ่งเหมือนกับที่เอลได้พูดถึงค่อยปรากฎลอยขึ้นมา สร้างความประหลาดใจให้เอลเป็นอย่างมาก “ได้ไง......เจ้าทำได้ไง ทำไมถึงทำให้ราชินีมาหาได้ละ ข้าอยู่มาตั้งนานยังเคยเจอแค่สองครั้งเองและทุกครั้งข้าว่ามันขึ้นมาเพราะท่านพ่อด้วยซ้ำ” เอลพูดและมองหน้าหมาป่าด้วยความส่งสัย จะยังไงก็ไม่รู้ ขณะที่มองไปที่หน้าของหมาป่า เอลเองมีความรู้สึกว่าแว็บนึงได้เหมือนตัวเองเห็นหมาป่ายิ้ม ขณะที่ตัวเอลยังมีหลายๆเรื่องที่สงสัย เม็ดฝนเม็ดใหญ่ตกที่มาที่แก้มของเอล “แย่ละ ฝนเริ่มลงเม็ด ...เราต้องรีบหน่อยละไม่งั้นได้ไม่สบายเพราะเปียกฝนแน่” เอลพูดพร้อมกับทำท่าเหมือนชวนหมาป่าและออกวิ่งนำไปยังที่หลบฝน “ คงต้องหลบตรงนี้ก่อนละเพราะถ้าจะไปถึงที่หลบฝนใหญ่มีหวังเปียกทั้งตัวก่อนแน่” เอลได้พาหมาป่าแวะหลบฝนที่โพรงหินที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ห่างจากสะพานไม่มากนัก ฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกแต่กลับตกหนักและแรงยิ่งกว่าเดิม และอากาศบริเวณรอบๆก็เริ่มจะเย็นลงเรื่อยๆ “ ข้ารู้สึกว่าที่นี่มันเริ่มจะหนาวขึ้นนะเจ้าว่าไหม” เอลกอดหน้าอกและทำอาการเหมือนคนหนาวสั่น “ข้าหนาวจังเลย...ขอข้ากอดเจ้าหน่อยได้ไหม” เอลขออนุญาต และค่อยๆขยับตัวเข้าใกล้หมาป่าและค่อยๆกอดอย่างช้าๆ หมาป่าหันมาที่เอลอย่างรวดเร็ว เอลเหมือนจะกังวลกะท่าทีของหมาป่าไม่น้อย แต่หมาป่ากลับค่อยหันกลับไปอย่างช้าๆและหลับตาลงไม่ได้แสดงท่าทีแต่อย่างใด เมื่อเอลเห็นหมาป่าไม่มีอาการไม่พอใจ เอลก็ยิ่งกอดมากขึ้นกว่าเดิม และทั้งสองก็ค่อยๆหลับไปช้าๆ
“เอล ตื่นเถอะฝนหยุดตกแล้ว นี่มันก็เย็นแล้วด้วยรีบกลับกันเถอะ” เอลพยายามลืมตาด้วยอาการงั่วเงีย และพยามมองหาต้นเสียง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น