“ตื่นถ้าไม่รีบ ฝนตกขึ้นมาอีกข้าไม่รู้ด้วยนะ” เอลยังไม่หยุดที่จะพยายามมองหาเสียงของหญิงสาวที่ได้คุยกับเขา “นี่เจ้าได้ยินเสียงใครพูดกับข้างบ้างไหม”เอลเงยหน้าขึ้นไปถามหมาป่าขณะที่ยังนอนกอดอยู่ “ได้ยินซิ” “ออเจ้าเองก็ได้ยิน งั้นแสดงว่าข้าไม่ได้หูฝาด.....เอ้!! เมื่อกี้ๆ เจ้าพูดว่าได้ยินหรอ” เอลร้องขึ้นเสียงดังด้วยอาการตกใจแบบสุดขีด “อืม มีปัญหาอะไรหรอ” “ก็แล้วเธอพูดได้ไงเธอเป็นหมาป่านะ” เอลแสดงอาการงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “แล้วทำไมถึงคิดว่าข้าจะพูดไม่ได้ละ” “หมาป่าที่ไหนเขาพูดได้กันละไม่เห็นมีใครบอกข้ามาก่อนเลย” “แล้วที่เจ้าได้ยินอยู่นี่มันอะไรถ้าข้าพูดไม่ได้แล้วใครที่ไหนจะพูด แล้วก็อีกอย่างนะข้าเป็นเผ่าพันธ์หมาป่า ไม่ใช่หมาป่าอย่าเข้าใจผิด” หมาป่าพูดพรางถอนหายใจเล็กน้อย “เรากลับกันก่อนไหมเย็นแล้วมีอะไรก็คุยระหว่างทางกลับก็ได้” หมาป่าเห็นว่าตอนนี้เริ่มเย็นมากแล้ว ทั้งสองเดินทางกลับและคุยกันไประหว่างทาง
ณ ปราสาทเวเวล ณห้องส่วนตัวของเอล
“ท่านเอลกลับมาแล้วหรอ กำลังเป็นห่วงอยู่เลยเห็นฝนตกหนักด้วย” “ออข้าไม่เป็นไรหรอก ถ้ายิ่งเป็นสวนอาคาดัลแล้วยิ่งไม่ต้องห่วงเดินหลับตาข้ายังรู้เลยว่าต้องไปหลบฝนตรงไหนบ้าง อีกอย่างข้าก็ไม่ได้อยู่คนเดียวด้วย ข้าอยู่กับซีลีน ด้วย” “ข้ารู้แต่ถึงยังไงข้าก็ยังอดเป็นห่วงท่านไม่ได้หรอก ..ว่าแต่ท่านเอล ใครกันหรอซีลีน” ราเกลทำด้วยอาการส่งสัย เอลหันเป็นไปที่หมาป่า ซึ่งราเกลเองก็มองตาม “ออท่านอย่าบอกนะว่าซีลีนที่ท่านพูดนะหมายถึงหมาป่า นี่ท่านเอลไปแอบตั้งชื่อให้มันตอนไปที่ส่วนหรอคับ” “ ปาวนี่เป็นชื่อของซีลีนอยู่แล้ว” ราเกลทำท่างงก็คำตอบของเอลเล็กน้อย “ ข้าไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้วรู้สึกเหนียวตัวขอข้าไปอาบน้ำได้ไหม” “อืมได้ซิ ตามสบายเลย” เอลตอบรับคำพูดของซีลีนอย่างเต็มใจ “ ว่าแต่ระหว่างที่ข้าอาบน้ำห้ามแอบดูหรือแม้แต่เข้าไปใกล้ละข้าไม่ชอบ” ซีลีนพูดเสร็จแล้วค่อยเดินผ่านหน้าของเอลและราเกลไป ท่ามกลางความตกตะลึงของราเกลจนสามารถดูออกผ่านสีหน้า “ท่านเอลเมื่อกี้ท่านเห็นหมาป่าพูดได้ไหม” “ ได้ยินซิก็เมื่อกี้เพิ่งพูดกับข้าอยู่” “ได้ไง!!...หมาป่าพูดได้หรอทำไม่อยู่มาตั้งหลายวันข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย และอีกอย่าตามปกติหมาป่ามันพูดได้กันหรอท่านเอล” “ซีลีนบอกว่าเธอไม่ใช่หมาป่าเพียงแต่เป็นเผ่าพันธ์หมาป่าต่างหาก” เอลพยามอธิบาย แต่ข้าก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน ถึงข้าจะไม่เคยเห็นเผ่าพันธ์หมาป่าแบบเป็นๆสักครั้งแต่ตามหนังสือที่ข้าเคยอ่านหรือแม้แต่ในตำราเวทโอตูนก็ตาม เผ่าพันธ์หมาป่ามีร่างกายเหมือนมนุษย์ ถึง90เปอร์เซ็น จะต่างก็ตรงที่หู และร่างกายอันใหญ่โตแข็งแรง แต่ไม่ยักรู้ว่ามีตัวที่มีร่างกายเป็นหมาป่าด้วย แต่ก็ช่างเถอะแล้วค่อยถามซีลีนอีกครั้งก็แล้วกัน” ถึงแม้เอลจะส่งสัยแต่ก็ยังเก็บคำถามไว้ในใจ
ในเวลาเที่ยงวันของวันหนึ่งขณะที่ทั้งสามกำลังกำลังเพลิดเพลินกับการกินอาหาร “ นี่เอล อีกสามวันข้าคงต้องไปจากที่นี้แล้วละ” เอลและราเกลหยุดกินอาหารแล้วหันมามองหน้าซีลีน “ทำไมรีบไปละเจ้าเบื่อที่นี้แล้วงั้นหรอ หรือว่าทำอะไรไม่ถูกใจเจ้า เอลถามซีลีนด้วยความกังวลใจ “ปาวหรอกจริงๆข้าอยู่ที่นี่ก็สนุกและมีความสุขดีอยู่หรอก” “แล้วทำไมถึงต้องไปด้วยละ” เอลพยามรั้งซีลีนด้วยคำพูด “ข้าเองก็มีบ้านที่ข้าต้องกลับไป” “นั้นซิท่านเอล ซีลีนเองก็มีบ้านมีครอบครัวที่ต้องกลับไปหา จะให้อยู่กับเราตลอดไปก็คงไม่ได้” ราเกลเองก็พยามปลอบเอล เอลก็เหมือนจะเข้าใจแต่ก็อดที่จะเสียใจไม่ได้ “แล้วครอบครัวของเจ้าอยู่ที่ไหนละ...เอายังงี้ไหมละยังไงเจ้าก็พาครอบครัวของเจ้ามาอยู่ซะที่นี้ซิ ยังไงซะข้าว่าที่นี้ก็ต้องปลอดภัยกว่าอยู่แล้วและอีกอย่างก็ไม่ต้องเสี่ยงกับโรคระบาดของโรคภายนอกด้วย เจ้าดูพวกข้าซิคนที่นี้ร่างกายแข็งแรงกันทุกคน ไม่มีใครป่วยด้วยโรคระบาดเลย” เอลพยามยามชักชวน ซีลีนไว้ “โรคระบาดอย่างนั้นหรอ หมายถึงอะไร” ก็โรคร้ายที่ระบาดทั่วโลกภายนอกตอนนี้ไงละ ท่านพ่อบอกว่าห้ามทุกคนในเมืองออกจากป่านี้ เพราะที่นี้เป็นที่เดียวที่ไม่เกิดโรคระบาด เพราะไม่งั้นอาจจะนำโรคร้ายนั้นกลับมาติดต่อชาวเมืองที่นี้ได้” เอลพยายามอธิบายอย่างตั้งใจ “ซีลีน แล้วทำไม่ถึงไม่เป็นอะไรทั้งที่พึ่งมาจากภายนอก” ราเกลพูดแทรกขึ้นมาด้วยความอยากรู้และสงสัย “ข้าไม่รู้ว่าท่านพ่อของเจ้าบอกอะไรพวกเจ้าบ้างและมีจุดประสงค์เพื่ออะไร แต่ข้าจะบอกพวกเจ้าไว้นะ .....ข้างนอกนะ ไม่มีโรคระบาดหรอก” คำกล่าวของซีลีนนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลงชั่วขณะหนึ่ง ในขณะที่ทั้งห้องกำลังถูกกลืนโดยความเงียบนั้น ก็ได้มีเสียงระฆังดังกังวานขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บงบอกถึงความไม่ปกติของเมือง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น