“ท่านเอล
ท่านบารองก้าเรียกหาครับ” ราเกลวิ่งเข้ามาในขณะที่เอลนั่งด้วยท่าทีที่ดูเศร้าซึมปนกะความสับสนในหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้น
“ท่านเอล” “ ข้ารู้แล้ว ข้าจะไปเดียวนี้” เอลลุกและเดินออกจากห้องไป
ทิ้งไว้แต่ราเกลที่จ้องมองแผ่นหลังของเอลขณะที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกที่ให้ความแตกต่างจากเอลคนเดิมมาก
“ท่านพ่อเรียกข้าหรอคับ”
“ใช่แล้ว
...พ่อมีเรื่องที่อยากจะคุยและอยากจะบอกบ้างเรื่องที่พ่ออาจยังไม่ได้เล่าให้เจ้าฟัง
เอลเจ้ารู้ใช่ไหมว่าศัตรูที่เข้าโจมตีเราวันนี้นั้น คือเผ่าอสูร” ทราบคับ
ถึงจะไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อน แต่ลักษณะก็ตรงกับที่ตำราโอตูนระบุไว้” “อืม....เผ่าอสูรโดยพื้นฐานแล้วเป็นเผ่าที่ดุดันป่าเถื่อนก็จริง
แต่โดยหลักแล้วก็ไม่ได้มีความโกรธแค้นกับเผ่ามนุษย์เป็นพิเศษ
การที่เจอและบุกทำร้ายมนุษย์ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่การที่หาเราจนเจอและบุกทำร้ายเราได้นั้นแปลกมากกว่า เพราะโดยปกติแล้วเมืองของเราจะปกป้องโดยเวทย์โบราณที่เป็นถึง
1 ใน 4 มหาเวทย์มายา หมอกจันทรา ที่ มหากษัตริย์เอโวเป็นผู้ร่ายไว้
การที่จะเจอแล้วเขามาที่นี้ได้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้
และอีกอย่างจุดประสงค์ของการโจมตีครั้งนี้ยังไม่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆพ่อคิดว่า
หนึ่งในเป้าหมายคือคัมภีร์เวทย์เล่มสุดท้ายที่เจ้าถือครองอยู่
มหาคัมภีร์เวทย์โอตูน (เวทแห่งการังสรรค์และการเยียวยา)” เอลยังคงฟังและนิ่งเงียบ
“ท่านพ่อครับ ลูกทราบว่าเรื่องบางเรื่องลูกเองก็ไม่รู้และควรถาม
แต่ลูกคิดว่าในตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ท่านพ่อต้องเล่าทุกอย่างให้ลูกฟัง
ร่วมถึงเรื่องที่ท่านพ่อต้องค่อยโกหกลูกและชาวเมืองทุกคนว่าข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยโรคระบาด”
เอลถามด้วยท่าทางที่จริงจังและคาดหวังกับคำตอบที่จะได้รับมาก
โดยที่บารองก้าเองก็ตระหนักถึงท่าทีที่เอลแสดงออกมา
จึงได้เล่าในทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้นให้เอลได้รู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเผ่าต่างๆ
รวมถึงเรื่องประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่เคยได้ทำและได้ล่มสลายไปจนต้องกษัตริย์เอโว
ต้องพาลูกหลานของพระองค์ส่วนหนึ่งมาซ่อนตัวที่นี้
บางรองก้าใช้เวลาพอสมควรในการเล่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น
“ เอลในเมื่อเจ้าเองก็ได้รู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นแล้ว
เจ้าคิดว่าในสถานะการแบบนี้เราควรว่างแผนรับมือและป้องกันการโจมตีที่อาจจะมาถึงอีกครั้งยังไงดี”
บารองก้าต้องการทราบถึงความคิดเห็นของเอลในขณะนี้
เอลกลับมาเงียบอีกครั้ง
“ท่านพ่อครับ เรื่องการป้องกันลูกคิดว่าเรื่องนี้ท่านพ่อทำได้ดีอยู่แล้วและที่ผ่านมาท่านพ่อเองก็แสดงให้เห็นแล้วว่าท่านพ่อได้ปกป้องเมืองและชาวเมืองอย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอดเรื่องนี้ลูกคงจะไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ
แต่การรับมือลูกคิดว่ามนุษย์ควรจะลุกขึ้นสู้และปลดปล่อยเสรีภาพอีกครั้ง
ไม่ใช่เผื่อทวงคืนอำนาจ แต่เป็นการทวงความสุขของมนุษย์กับคืนมา” บารองก้าเองก็เหมือนจะเข้าใจความหมายและเจตนารมณ์ของเอลอยู่บ้าง
“ท่านพ่อครับ ลูกต้องการออกเดินทางเพื่อรวบรวมมนุษย์ที่มีความคิดเดียวกับลูกเพื่อที่จะทวงคืนเสรีภาพของมนุษย์อีกครั้ง”
“เอลเอย....ไม่ใช่ว่าพ่อเองนั้นไม่เข้าใจความคิดของเจ้าหรอกนะ
แต่การที่จะทำอย่างที่เจ้าต้องการได้นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอก ตอนนี้มนุษย์นั้นไม่มีกำลังพอที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้อีกแล้ว
พ่อคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือการดูแลและป้องกันเมืองหลวงแห่งสุดท้ายของมนุษย์แห่งนี้ไม่ดีกว่าหรอ”
บารองก้าเองก็พยายามที่จะใช้เหตุผลในการทำให้เอลนั้นเข้าใจ
“ลูกตัดสินใจแล้วครับ ยังไงลูกก็จะออกไป ลูกมองว่ามนุษย์ควรจะหลุดพ้นจากความเป็นทาสมีอิสระสักที”
“แต่มนุษย์ในตอนนี้ไม่มีกำลังที่จะทำแบบนั้นได้”
บารองก้าพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและดุดันมากขึ้น
“มีซิครับ
กำลังนะมีนอกจากมนุษย์ต่างๆที่อาศัยอยู่ภายนอกแล้วสิ่งที่จะเป็นกำลังได้อีกสิ่งนึงก็คือสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวลูกตอนนี้ไงครับ
สายเลือดอันบริสุทธิ์อันเป็นที่สิงสถิตย์ของมหาคัมภีร์เวทย์เล่มสุดท้าย ด้วยสิ่งนี้ลูกจะสร้างคัมภีร์เวทย์ต่างๆรวมถึง12คัมภีร์เวทศักสิทธิ์ขึ้นมาอีกครั้ง”
เอลอธิบายท่ามกลางความตกใจของบารองก้าที่ได้ฟัง
“เจ้าก็ได้ฟังประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่พ่อเล่าให้ฟังแล้วนิ
เจ้ายังจะคิดซ้ำรอยเดิมอีกหรือไง” “ท่านพ่อครับนี้เป็นหนทางเดียวในตอนนี้ อีกอย่างสิ่งที่ลูกจะทำก็เผื่ออิสระภาพของมนุษย์เท่านั้น
ซึ่งที่ผ่านมาท่านพ่อก็ทราบดีว่า
ถึงเราจะหลบอยู่ที่นี้ยังไงท้ายที่สุดเราก็ยังคงถูกตามล่าอยู่ดี” บารองก้าเองก็ตัดใจที่จะคัดคาดกับคำพูดของเอลแต่กลับรู้สึกดีใจลึกๆที่ลูกชายของตัวเองนั้นเติบโตมากถึงเพียงนี้ “เอลพ่อคงจะไม่ห้ามในสิ่งที่เจ้าจะทำ
แต่เจ้าสัญญากับพ่อสักเรื่องได้ไหม ในเมื่อเจ้าเองตัดสินใจเลือกวิธีนี้แล้ว
ยังไงก็อย่าตัดใจและยอมแพ้เด็ดขาดนะ และสิ่งที่เจ้าจะลืมไม่ได้เด็ดขาด
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามเจ้าใช้สิ่งนั้นเด็ดขาด ” “ลูกให้สัญญาครับท่านพ่อ”
“ราเกลเก็บของเสร็จหรือยัง
เราจะได้ออกเดินทางกันสักที” “ครับเสร็จแล้วครับ ว่าแต่ท่านเอล
นี้เราจะเริ่มต้นทำอะไรและเดินทางไปที่ไหนกันก่อนดี” “
อืม....ก่อนอื่นก็ต้องตามหาซีลีนก่อน” “ท่านเอลไม่ใช่ว่าเราต้องออกไปรวบรวมผู้คนและสร้างคัมภีร์ก่อนหรอ เรื่องซีลีนข้าว่าเราค่อยเอาไว้ทีหลังก็ได้” ราเกลพยามแสดงความคิดเห็น
“ไม่ได้หรอก ยังไงก็ต้องหาซีลีนก่อน เพราะหลังจากที่เราเจอซีลีนแล้ว
อันดับแรกที่เราจะทำก็คือ สร้าง1ใน2 คัมภีร์เวทย์อัมตะและยังเป็น1ใน12
มหาเวทย์ศักสิทธ์อีกด้วย ซึ่งซีลีนนั้นมีความสำคัญในการสร้างมาก เพราะคัมภีร์เวทย์นั้นก็คือ
มนุษย์หมาป่า ยังไงละ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น